กรุงเทพประกันภัย ก้าวสู่ปีที่ 69

Broadband Community by UIH ฉบับนี้ได้รับเกียรติจาก ดร.อภิสิทธิ์ อนันตนาถรัตน ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ.กรุงเทพประกันภัย เปิดเผยถึงวิสัยทัศน์ รวมถึงโครงการนำเทคโนโลยี Telematics มาใช้ประเมินสิทธิประโยชน์ให้กับลูกค้าผู้ขับขี่รถยนต์ได้ตรงกับพฤติกรรมลูกค้ายิ่งขึ้น 
เปิดวิสัยทัศน์องค์กร

ดร.อภิสิทธิ์ ได้เล่าถึงความสำเร็จที่ยั่งยืนของบริษัทมาจากวิสัยทัศน์องค์กรที่ชัดเจน และทุกคนมีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์การทำงานนั่น คือ “กรุงเทพประกันภัย มุ่งเป็นที่สุดในใจลูกค้า” เนื่องจากเราต้องการให้ลูกค้านึกถึงเราก่อนใคร บริษัทฯ จึงมีการบริหารงาน การพัฒนาคุณภาพบริการ และมีบริการประกันภัยที่หลากหลายรองรับความต้องการของลูกค้าที่แตกต่างกันได้ รวมถึงการสามารถให้บริการได้อย่างรวดเร็ว  ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าแต่ละรายได้ตรงใจ   ขณะเดียวกันความสำเร็จของบริษัทฯ ยังเป็นผลจากการยึดถือปรัชญาการทำงานของบริษัทฯ ได้แก่ การมุ่งการให้บริการที่รวดเร็ว ซื่อตรง ยุติธรรม สร้างความสัมพันธ์ที่ดี กับผู้ถือหุ้น คู่ค้า และลูกค้า นอกจากนี้ ยังตระหนักถึงการมีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อสังคมส่วนรวมให้มีคุณภาพที่ดีอย่าง ยั่งยืนอีกด้วย

บริษัทฯ ได้ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการ 3 เรื่องหลักได้แก่ การบริหารความเสี่ยงอย่างมืออาชีพ การพัฒนาศักยภาพบุคลากรและเทคโนโลยี และการเป็นบริษัทธรรมาภิบาลที่รับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม  

“กรุงเทพประกันภัยตระหนักดีถึงคุณค่าของทุกชีวิตในสังคมเช่นเดียวกับลูกค้าที่เราดูแลอย่างดีที่สุด จึงได้นำนวัตกรรมเทคโนโลยีมาใช้พัฒนาระบบงาน ขณะเดียวกันยังส่งเสริมบรรยากาศการทำงานของพนักงานให้พร้อมช่วยเหลือซึ่งกันและกันเพื่อให้เเกิดความคิดสร้างสรรค์งานไปพร้อมกับการเป็นผู้มีจิตสาธารณะ พัฒนาสิ่งแวดล้อมและสังคมให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น”     

ลดความเสี่ยงการขับขี่ด้วย Telematics
ปัจจุบันกรุงเทพประกันภัย ได้นำนวัตกรรมเทคโนโลยีระบบ Telematics จากต่างประเทศมาใช้ประโยชน์ เพื่อศึกษาและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการขับขี่รถยนต์ของลูกค้าให้มีความปลอดภัยยิ่งขึ้น ซึ่งการติดตั้งอุปกรณ์มีระบบ GPS และเซ็นเซอร์การตรวจวัดลักษณะ

การขับขี่ นำไปติดที่ตัวรถยนต์ อุปกรณ์ Telematics จะช่วยวัดอัตราความเร็ว อัตราเร่งเครื่อง การเปลี่ยนเลนกะทันหัน การกระแทก จากนั้นจะส่งสัญญานมาที่เซิร์ฟเวอร์ และประมวลผลออกมาเป็นคะแนน (Score) ของการขับขี่รถยนต์ โดยผู้เอาประกันภัยสามารถดูคะแนนการขับขี่ของตนเองผ่านแอพพลิเคชั่น บนโทรศัพท์มือถือระบบ iOS และ Android หรือตรวจสอบได้จาก website ของบริษัท โดยจะมีการแสดงผลการเก็บข้อมูลเป็นรายวัน รายสัปดาห์ และรายปี

ดร.อภิสิทธิ์ เล่าถึงที่มาของการตัดสินใจนำนวัตกรรมนี้มาใช้เป็นบริษัทประกันวินาศภัยรายแรกในไทยว่า เพื่อศึกษาข้อมูลพฤติกรรมการขับขี่รถยนต์ให้กับลูกค้าแต่ละราย เพื่อประโยชน์ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการขับขี่ให้ปลอดภัยยิ่งขึ้น อีกทั้งในอนาคตยังสามารถช่วยให้บริษัทประเมินระดับความเสี่ยงภัยที่ส่งผลต่อการกำหนดอัตราเบี้ยประกันภัยได้อย่างเหมาะสมกับลูกค้าแต่ละราย โดยเริ่มดำเนินโครงการมาตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2558  ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้า

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีโครงการ ISO 27001 จัดทำมาตรฐานความปลอดภัยของห้อง Data center ที่สำนักงานใหญ่และ DR-Site ศรีนครินทร์ และโครงการ PCI-DSS (Payment Card Industry Data Security Standard)  เป็นมาตรฐานการเก็บรักษาความปลอดภัยของข้อมูลผู้ใช้บัตรเครดิตที่ใช้กันทั่วโลก เพื่อช่วยให้องค์กรต่างๆ ที่มีการรับชำระเงินด้วยบัตรเครดิต สามารถป้องกันการฉ้อโกงบัตรเครดิต โดยการควบคุมข้อมูลและช่องโหว่ต่างๆ ให้เข้มงวดมากยิ่งขึ้น และได้นำไปใช้กับทุกองค์กรที่เก็บรักษา ประมวลผล หรือรับส่งข้อมูลของผู้ถือบัตรเครดิตไม่ว่าจะเป็นบัตรของค่ายใดก็ตาม 


สนใจบริการ UIH Cloud NextGen

ดร.อภิสิทธิ์ มองว่าด้วยปริมาณฐานข้อมูลที่ต้องเก็บจำนวนมากในปัจจุบัน 
รวมถึงแผนงานปี 2558 และในปี 2559 ซึ่งต้องใช้ระบบการจัดเก็บข้อมูลระดับ Big Data รวมถึงมีเครือข่ายที่มีความเสถียรรองรับการสื่อสารข้อมูลทั้งในองค์กรและระหว่างสาขาได้เป็นอย่างดี โดยในอนาคตบริษัทฯ เตรียมขยายฐานลูกค้า และขยายสาขาจากเดิมมี 31 สาขา เพิ่มเติมอีกหลายจังหวัดเพื่อให้ครอบคลุมพื้นที่ได้มากที่สุด ได้แก่ จันทบุรี ชุมพร และสุรินทร์   รวมถึงเตรียมโครงการให้บริการต่างๆ ในระบบ Cloud

ดังนั้น กรุงเทพประกันภัยจึงมองหาพันธมิตรที่มีบริการรองรับการขยายงานในอนาคตอันใกล้นี้ ซึ่งบริการ UIH Cloud NextGen มีบริการ Cloud Internet เป็นบริการอินเทอร์เน็ตรูปแบบใหม่ ทำให้สามารถใช้งานอินเทอร์เน็ตได้จากทุกสาขาโดยไม่ต้องผ่านสำนักงานใหญ่ อีกทั้งช่วยลดความเสี่ยงกรณีสำนักงานใหญ่มีปัญหาด้านการใช้งานอินเทอร์เน็ตด้วย และในอนาคต บริษัทฯ จะมีการพิจารณาบริการอื่นๆ ที่สามารถช่วยให้การบริหารจัดการฐานข้อมูลขนาดใหญ่เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

แนะองค์กรให้ความสำคัญกับข่าวสารเทคโนโลยี

ท้ายที่สุดนี้ แม้ว่าปริมาณข้อมูลที่จะต้องบริหารจัดการมีปริมาณมาก แต่ทุกองค์กรต้องไม่ลืมที่จะให้ความสำคัญกับการสื่อสารข้อมูลภายในองค์กร รวมถึงการให้ความรู้ด้านเทคโนโลยีระหว่างสาขา ให้พนักงานได้รับข่าวสารอย่างทั่วถึงกันและแลกเปลี่ยนความรู้ ความคิดเห็น และประสบการณ์ทำงาน ผ่านช่องทางการสื่อสารภายในต่างๆ เช่น อีเมล วารสาร รวมถึงสื่อ Social Networkภายในและภายนอกองค์กร เช่น ผ่าน BKIConnect Facebook Twitter เพี่อให้พนักงานได้ติดตามและรับรู้ข่าวสารความเคลื่อนไหวในแวดวงเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและตลอดเวลา เพื่อมีความความเข้าใจร่วมกัน ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการขับเคลื่อนองค์กรไปในทิศทางเดียวกันได้อย่างดี