ยูไอเอช ร่วมยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี ทบทวนสิทธิผูกขาดท่อร้อยสายสื่อสาร



คุณสันติ เมธาวิกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ยูไนเต็ด อินฟอร์เมชั่น ไฮเวย์ จำกัด (ยูไอเอช) ร่วมยื่นหนังสือถึง พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ร่วมกับ ผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมอีก 5 ราย ประกอบด้วย บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จากัด, บริษัท ดีแทค ไตรเน็ต จำกัด, บริษัท ทริปเปิลที บรอดแบนด์ จำกัด, บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ เทเลคอม จำกัด (มหาชน), และบริษัท เอแอลที เทเลคอม จำกัด (มหาชน) ณ ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ สำนักงานปลัดนายกรัฐมนตรี เพื่อขอให้ภาครัฐทบทวนมติหรือชะลอการดำเนินการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับโครงการนำสายสื่อสารลงใต้ดินในพื้นที่กรุงเทพมหานครใน “โครงการนำสายสื่อสารลงใต้ดินในพื้นที่กรุงเทพมหานคร” ระยะทาง 2,450 กิโลเมตร ตามที่คณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ครั้งที่ 5/2561 เห็นชอบ และขอให้มีการหารือกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเพื่อจัดทำข้อเสนอต่างๆ เพื่อให้เกิดความโปร่งใสเป็นธรรมต่อทุกฝ่ายและเกิดประโยชน์กับประชาชน โดยขอให้ศึกษาแนวทางการจัดระเบียบสายสื่อสาร เพื่อเปรียบเทียบความเหมาะสมและความคุ้มค่าของแต่ละวิธีการในแต่ละเส้นทาง หากจำเป็นที่จะต้องปลดสายสื่อสารเพื่อนำลงใต้ดินตามท่อร้อยสาย ขอให้จัดทำเท่าที่จำเป็น และดำเนินการในระยะเวลาที่เหมาะสม และให้ผู้ขอใช้ท่อร้อยสายทุกรายสามารถเข้าถึงท่อร้อยสายของหน่วยงานรัฐได้โดยตรง และเป็นไปตามกฏหมายและประกาศ กสทช. เรื่อง แนวทางปฏิบัติในการใช้ การลงทุน และ การสร้างท่อร้อยสายสื่อสาร หรือกับโครงสร้างพื้นฐานหน่วยของรัฐ เพื่อให้บริการโทรคมนาคม




ทั้งนี้ ยูไอเอช จะดำเนินการทุกทางโดยคำนึงถึงประโยชน์ของลูกค้าสูงสุดเป็นสำคัญซึ่งเป็นสิ่งที่ยูไอเอชยึดมั่นมาตลอด พร้อมกับศึกษาวิธีการจัดระเบียบสายสื่อสารรูปแบบต่างๆ อย่างรอบด้าน เพื่อให้ดำเนินการได้อย่างถูกต้องและเกิดประโยชน์ที่สุด โดยลูกค้าสามารถมั่นใจกับการใช้บริการโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและโซลูชั่นจากยูไอเอชได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

อย่างไรก็ดี ที่ผ่านมา ยูไอเอช พร้อมสนับสนุนการจัดระเบียบสายสื่อสารโทรคมนาคมของภาครัฐมาโดยตลอด แต่ไม่เห็นด้วยกับการดำเนินการของกรุงเทพมหานครซึ่งเป็นราชการส่วนท้องถิ่นที่ให้บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด ให้สิทธิผูกขาดท่อร้อยสายสื่อสารอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินแก่เอกชนเพียงรายเดียว ซึ่งจะนำมาสู่การแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม และส่งผลกระทบกับประชาชนผู้ใช้บริการได้ในที่สุด