เมกะเทรนด์ มาแรง บิ๊กดาต้า-คลาวด์-ไอโอที

สวัสดีครับ ปีใหม่ 2016 นี้ เทรนด์เทคโนโลยีที่ถูกจับตาว่ามาแน่นอน ทุกสำนักวิจัยต่างพูดถึง คงหนีไม่พ้น "3 เมกะเทรนด์" ประกอบด้วย บิ๊กดาต้า (Big data) คลาวด์ (Cloud) และ อินเทอร์เน็ต ออฟ ธิงค์ (Internet of Things) ที่ เป็นเทรนด์สำคัญจะเปลี่ยนโลกของเทคโนโลยี และการดำเนินธุรกิจให้แตกต่างจากเดิม ผมขอเล่าถึงเทรนด์ที่ละข้อในมุมมองของการนำมาพัฒนาเป็นนวัตกรรมกรรมทางการ ตลาดใหม่ๆ เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจ และสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันในปัจจุบัน    

เทรนด์แรก คือ บิ๊กดาต้า หรือปริมาณข้อมูลจำนวนมหาศาลที่เกิดขึ้นตลอดเวลา และเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จากการเกิดขึ้นของอุปกรณ์โมบิลิตี้ เครือข่ายสังคม และการพัฒนาแอพพลิเคชั่นรูปแบบใหม่ ไอดีซี คาดการณ์ว่า ตลาดรวมเทคโนโลยี และการบริการ
บิ๊กดาต้าทั่วโลกระหว่างปี 2015-2019 จะเติบโตประมาณ 23% ต่อปี 


ในทางธุรกิจแล้ว ปริมาณข้อมูลมหาศาลของผู้บริโภคที่เกิดขึ้น คือ สินทรัพย์ขององค์กร ที่พัฒนาเพิ่มมูลค่าได้ถ้าถูกนำมาวิเคราะห์อย่างแยบยล เพื่อให้รู้ลึก รู้จริง ถึงความต้องการของผู้บริโภค ตัวอย่าง เช่น โรงแรม Red Roof Inn จากสหรัฐอเมริกา มองเห็นโอกาสสร้างรายได้จากการยกเลิกไฟลท์ของสายการบินต่างๆ จากปัญหาสภาพอากาศแปรปรวน โดยโรงแรมได้รวบรวมแหล่งข้อมูลสภาพอากาศ และโปรแกรมยกเลิกไฟลท์ของสายการบินต่างๆ  ที่ตั้งของสนามบิน ที่ตั้งของโรงแรม พัฒนาเป็นระบบฐานข้อมูล จากนั้นนำมาวิเคราะห์รวมกับระบบโลเคชั่นบนมือถือ ส่งเป็นข้อมูลและโปรโมชั่นโรงแรมไปยังนักท่องเที่ยวที่ประสบปัญหายกเลิก ไฟลท์  ซึ่งโอกาสธุรกิจใหม่ๆ นี้ ทำให้โรงแรมมีรายได้เติบโตเพิ่มขึ้นถึง 10%   


มาที่ธุรกิจค่ายเพลงกันบ้างครับ EMI จากอังกฤษ วิเคราะห์บิ๊กดาต้า เพื่อวัดผล และคาดการณ์ความต้องการสินค้าความนิยมของเพลงในตลาดหลังจากที่ปล่อยเพลงผ่าน ช่องทางต่างๆ โดยบริษัทวัดผลฟีดแบคผู้ฟัง ผ่านทางเครือข่ายสังคม ผู้ให้บริการเพลง และ
แอพพลิเคชั่นเพลง ซึ่งระบบจะรวบรวมข้อมูลทั้งลักษณะข้อมูลของผู้ฟัง สถานที่ วัฒนธรรม ความนิยม เพื่อให้ผู้จัดส่งเพลงสามารถออกแคมเปญโฆษณา และคาดการณ์ความต้องการสินค้าได้ตรงกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น

ฟากวงการร้านค้าปลีก เช่น ร้านค้าทาร์เก็ต ในสหรัฐฯ จัดเก็บข้อมูลลูกค้าที่ลงทะเบียน โปรแกรม “Guest ID” เพื่อติดตามประวัติส่วนตัว ประวัติการซื้อสินค้า ความสนใจ พฤติกรรมการเลือกซื้อของลูกค้า แล้วนำมาวิเคราะห์ว่า ลูกค้ารายนั้นอยู่ในช่วงวัยรุ่น แต่งงาน มีครอบครัวแล้ว หรือแม้แต่กำลังตั้งครรภ์ จากนั้น บริษัทส่งโฆษณา คูปองสินค้าที่เรามีแนวโน้มสนใจได้ทันทีผ่านทางอีเมล์ถึงลูกค้า เช่นเดียวกับร้านค้าปลีก Sears and Kmart  พัฒนาระบบข้อมูลที่สามารถพัฒนาแคมเปญการตลาดเฉพาะบุคคล เพื่อส่งคูปอง โปรโมชั่นให้กับลูกค้าได้นอกจากตัวอย่างในต่างประเทศที่ใช้ประโยชน์ จากบิ๊กดาต้าอย่างแพร่หลายแล้ว ในไทยเองเราจะเห็นหน่วยงานเอกชนหลายแห่งนำเทคโนโลยีมาใช้วิเคราะห์ข้อมูล เช่น โรงพยาบาลกรุงเทพ วิเคราะห์ข้อมูลด้านสุขภาพของผู้ป่วย และวางแผนการรักษาเพื่อให้บริการได้ตรงความต้องการมากขึ้น

ผมคิดว่า นวัตกรรมทางการตลาดใหม่ๆ โดยอาศัยเทคโนโลยีเพื่อประยุกต์ใช้กับผู้บริโภคประเทศไทยยังไปได้ไกลอีกมาก เพราะความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศมีมากขึ้น คอนซูเมอร์มีความรู้ความเข้าใจ และใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีมากขึ้น เพียงแต่ต้องเพิ่มโมเดลทางการตลาดที่เข้าใจ และ “โดน” คอนซูเมอร์ เพราะยุคนี้ ผู้ที่จะชนะในตลาดที่มีการแข่งขันรุนแรง  ไม่ใช่เพียงแค่การเข้าถึงข้อมูล หรือให้บริการทั่วไป แต่เป็นการเอาชนะใจลูกค้า ด้วยการนำข้อมูลที่มีอยู่มาวิเคราะห์เพื่อเข้าใจ และเสนอบริการได้เข้าถึงผู้บริโภคได้ดีที่สุด