เมื่ออนาคตดิจิทัลไล่ล่าธุรกิจโลจิสติกส์



เมื่อโลกเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งการเปลี่ยนแปลงของโลกธุรกิจที่เกิดขึ้นจะทำให้รูปแบบธุรกิจมีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ทำให้เกิดธุรกิจใหม่ ขณะที่พฤติกรรมของผู้บริโภคก็เปลี่ยนแปลงไปตามเทคโนโลยี 

ดังนั้น การรับรู้ถึงเทคโนโลยีที่กำลังจะเข้ามามีผลกระทบกับธุรกิจโลจิสติกส์ นับว่าเป็นเรื่องที่ผู้ประกอบการจะต้องคำนึงถึง และให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง หากใครสามารถคิดได้เร็ว ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้ ก็จะสามารถสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันของธุรกิจเดิม และธุรกิจใหม่ตนเองได้ รวมถึงสามารถนำมาใช้ในการแก้ไขปัญหา ยังไม่สามารถแก้ไขในอดีตที่เป็นแบบ Real time ได้

อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยียุคดิจิทัลมีความก้าวหน้าไปอย่างมากจนทำให้คนทำงานได้รับผลกระทบ โดยจะใช้คนน้อยแต่ผลผลิตเพิ่มขึ้น อาทิ การนำเทคโนโลยีหุ่นยนต์ ระบบอัตโนมัติเข้ามาใช้แทนมนุษย์ ในขณะที่ผู้ประกอบการที่ไม่มีทุนแต่มีองค์ความรู้การเข้ามาในธุรกิจโลกดิจิทัลก็สามารถสร้างองค์กรที่เกิดใหม่จะเป็นองค์กรที่มีความเข้าใจความต้องการของลูกค้าว่าต้องการอะไร โดยการนำดาต้ามาใช้ให้เกิดประโยชน์ และสร้างคุณค่าใหม่ ๆ ให้กับอุตสาหกรรม ลดต้นทุน และได้ประสิทธิภาพมากกว่าการใช้แรงงานคนทำงาน

ปัจจุบันมีอุปกรณ์ที่ต่อเชื่อมอินเทอร์เน็ตได้ที่ใช้สมาร์ทโฟน และข้อมูลที่เพิ่มขึ้น ทำให้องค์กรธุรกิจต้องเตรียมรับมือ และคิดว่าจะนำข้อมูลเหล่านั้นนำมาทำอย่างไรให้เกิดประสิทธิภาพเพื่อให้แข่งขันได้ ซึ่งจะโดนดิสรัปต์หรือโดนฆ่าโดยคู่แข่งขันที่ปรับตัวเป็นดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ เช่น 1. อูเบอร์สามารถให้บริการรถโดยสารสาธารณะ ซึ่งไม่มีรถเป็นของตัวเอง 2. Amazon ได้รับคำสั่งซื้อ และส่งสินค้าผ่านทาง UPS โดยได้พยายามอย่างมากต่อการแข่งขันกับร้านค้าปลีกในการส่งมอบสินค้าเพื่อสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าในทันทีด้วยการใช้โดรน 3. หุ่นยนต์ได้มีการนำมาใช้เพื่อลดเวลาในการจัดส่งทำให้ลูกค้าได้รับสินค้าทันทีที่ต้องการ 4. รถยกแบบใหม่ที่เรียกว่า “หุ่นยนต์เคลื่อนที่ได้แบบอัตโนมัติ” ยังมีความสามารถประมวลผลข้อมูลการรับ และจัดส่งสินค้าซึ่งเร็วกว่ามนุษย์ถึง 4  เท่า

อนึ่ง การมองทิศทางในอนาคตการทำงานขององค์กรร่วมกับเทคโนโลยีจะสามารถสะท้อนภาพลักษณ์ที่มีความทันสมัย และทันต่อสภาพแวดล้อมภายนอกอันจะเป็นเครื่องมือหลักในการพัฒนาสินค้า และบริการใหม่ๆ แบบ Long Term Solution ที่ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค และสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนให้กับองค์กรไปพร้อมกัน

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก http://www.busandtruckmedia.com