องค์กรของคนรุ่นใหม่ ออฟฟิศยังจำเป็นมั้ย?? สำหรับคนเจน Z

“โลกไร้พรมแดน” เชื่อว่าคน Gen X หรือ Gen Y คงคุ้นเคยหรืออาจโตมาพร้อมกับคำๆ นี้ แม้ว่าจะไม่ใช่คำใหม่ ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้น แต่ก็ต้องยอมรับว่าช่วงสองถึงสามปีหลัง ด้วยภาวะการณ์ปัจจุบันทำให้มันเด่นชัดมากขึ้นกว่าเดิม แต่หากจะพูดถึง “โลกไร้พรมแดน” ในบทความนี้ ก็อาจจะดูเชยไปสักหน่อย เพราะเรากำลังจะพูดถึงเทรนด์การทำงานในยุคสมัยของของชาว Gen Z และ Gen C 2 Generation ที่เกิด และโตมาพร้อมกับเทคโนโลยี นั่นก็คือเทรนด์การทำงานแบบ ไฮบริด (Hybrid) แน่นอนว่าเราอาจคุ้นชินกับคำนี้ในอุตสาหกรรมยานยนต์ แต่ในบทความนี้ ไฮบริด ถูกนำมาใช้เพื่อพูดถึงการทำงานในสถานการณ์ปัจจุบัน

การทำงานแบบ ไฮบริด (Hybrid Work) คืออะไร?

การทำงานแบบ ไฮบริด (Hybrid) คือ เทรนด์การทำงานรูปแบบใหม่ที่กำลังมาแรงในตอนนี้ จากเดิมเราต้องเข้าออฟฟิศวันละ 8 ชั่วโมง เข้าประชุม นำเสนองาน หรือจัดสัมมนาที่ต้องมี Activity ร่วมกัน แต่ตอนนี้ได้กลายมาเป็นการทำงานที่มีความยืดหยุ่นทั้งสถานที่ ที่ไม่จำเป็นต้องเข้าออฟฟิศทุกวัน และวิธีการทำงานที่สามารถทำงานได้จากที่ไหนก็ได้ ทั้งที่บ้าน ร้านกาแฟ หรือแม้แต่ Workplace โดยก่อนหน้านี้ในหลายบริษัทได้ริเริ่มแนวทางการทำงานแบบไฮบริดกันมาบ้างแล้ว สาเหตุอาจจะมาจากการถูกบีบบังคับด้วยสถานการณ์ปัจจุบันหรือด้วยนโยบายการปรับเปลี่ยนรูปแบบขององค์กร ให้ก้าวสู่การเป็น Digital Workplace มากขึ้น ทั้งนี้ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุอะไรก็ตาม ในตอนนี้สามารถพิสูจน์ได้แล้วว่า ถึงแม้ไม่ต้องเข้าออฟฟิศแต่การดำเนินงานทางธุรกิจก็ยังเดินหน้าต่อไปได้ ด้วยเทคโนโลยีออนไลน์ที่สามารถเชื่อมต่อผู้คนและการพบปะจากระยะไกล ทำให้การทำงานจากทุกที่ สะดวกรวดเร็วมากขึ้น ยกตัวอย่างเช่น

การประชุมผ่าน VDO Conference เป็นรูปแบบการประชุมเสมือนจริงลักษณะ Face to Face สามารถพูดคุยแบบเห็นหน้าเป็นกลุ่ม ผ่านโปรแกรมที่สามารถแสดงความคิดเห็น โต้ตอบกันได้แบบ Real-Time โดยจะมีอุปกรณ์ มีระบบการสร้างการประชุมล่วงหน้า ระบบลงทะเบียนก่อนเข้าห้องประชุมออนไลน์ ระบบบันทึกการประชุม นอกจากนี้ยังมี Functions ที่ช่วยให้การประชุมไหลลื่นขึ้น เช่น Share Screen, Remote Control, Annotate หรือ การใช้หน้าจอร่วมกัน ทำให้การประชุมรู้สึกเหมือนนั่งอยู่ในห้องเดียวกัน

การประชุมผ่าน Web Conference เป็นการใช้งานร่วมกับคอมพิวเตอร์ทั่วไป โดยมีรูปแบบการจัดงานสัมมนา การศึกษา การฝึกอบรม หรือแม้แต่การสัมภาษณ์งาน ที่กำลังได้รับความนิยมมากในยุคการทำงานแบบไฮบริด สามารถรองรับผู้เข้าร่วมได้จากทั่วทุกมุมโลก เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้เหมาะสมกับวัตถุประสงค์ทางการตลาด

ตัวอย่างของ Web Conference คือ การจัดสัมมนาออนไลน์ หรือ Webinar มีระบบช่วยอำนวยความสะดวกให้สามารถจัดการ การทำงานทั้งหมดของห้องสัมมนาได้ ไม่ว่าจะเป็น ระบบลงทะเบียนออนไลน์ ระบบแจ้งเตือนก่อนถึงงานประชุม ระบบบันทึกงานสัมมนา ระบบ Q&A การทำ Poll รวมถึงระบบสอบถามความพึงพอใจหลังจบงาน โดยไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องงบประมาณด้านการจัดงาน

การทำงานแบบ ไฮบริด หรือการทำงานผ่านระบบออนไลน์นี้ นอกจากจะเอื้ออำนวยความสะดวกให้กับคนทำงาน โดยสามารถทำงานได้จากทุกที่ ทุกเวลา เชื่อมต่อกันได้จากทุกมุมโลกแล้ว ยังเป็นการช่วยเพิ่มศักยภาพความเป็นองค์กรดิจิทัล ให้กับบริษัท และยังช่วยส่งเสริมคนในองค์กรให้มีความคิดสร้างสรรค์นำประสบการณ์ที่สดใหม่เข้ามาปรับใช้ให้เกิดการพัฒนาผลงานได้มากยิ่งขึ้น ด้วยบรรยากาศการทำงานที่ไม่จำเจ และไม่จำกัดอยู่แค่ในออฟฟิศ

ในอนาคตหากการทำงานแบบออนไลน์กลายเป็นวิถีชีวิตปกติของกลุ่มคนทำงาน เราคงต้องกลับมาตั้งคำถามว่า สถานที่ทำงานยังจำเป็นสำหรับเด็ก Gen Z หรือ Gen C ที่กำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญในการผลักดันองค์กรให้กลายเป็นองค์กรดิจิทัลในอนาคตอยู่หรือไม่ เมื่อพวกเขามีความเชื่อมั่นในเทคโนโลยี และเชื่อว่าไอเดีย ผลงาน หรือการสื่อสาร สามารถเกิดขึ้นได้ทุกที่ และจากที่กล่าวไปข้างต้น ด้วยคุณสมบัติของการเติบโตที่มาพร้อมความเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ทำให้พวกเขาปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ต่างๆได้ดีกว่า Generations อื่นๆ ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องยากในการเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ๆที่จะช่วยให้การทำงานของพวกเขาง่ายขึ้น

แล้วองค์กรของท่านพร้อมหรือยัง ที่จะก้าวสู่ความเป็นผู้นำเทรนด์การทำงานแบบ ไฮบริด เทรนด์ที่นำการใช้เทคโนโลยีมาเป็นส่วนสำคัญในการช่วยดำเนินงานขององค์กร หากพร้อมแล้วสามารถส่งอีเมล เพื่อรับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ UIH ได้ที่: info@uih.co.th