สัมผัสพิเศษแห่ง AI



ยุคนี้แทบทุกคนจะได้ยินคำว่า Artificial Intelligence (AI) หรือปัญญาประดิษฐ์หนาหูมากขึ้นส่วนหนึ่งเพราะ AI เริ่มแทรกซึมเข้ามาในชีวิตประจำวัน โดยไม่นานมานี้ Accenture กล่าวถึงศัพท์ที่น่าสนใจคำหนึ่ง คือ คำว่า “Citizen AI” หมายถึง AI ไม่ใช่เป็นเพียงหุ่นยนต์ แต่เป็นพลเมือง (Citizen) มีบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบต่องานอย่างชัดเจน เสมือนเป็นบุคคลากรในประเทศ หรือองค์กร และมีส่วนขับเคลื่อนสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับหน่วยงานนั้นได้ 

หากมองว่า AI เป็นพลเมือง หรือเป็นส่วนหนึ่งของสังคมคงไม่เกินเลยไปนัก เพราะ AI มี “Sense” หรือประสาทสัมผัสคล้ายคลึงกับมนุษย์ โดย capgemini รายงานเรื่อง “The five senses of Artificial Intelligence” ซึ่งอธิบายลักษณะของประสาทสัมผัสของ AI ไว้อย่างน่าสนใจ อาทิ

 

ระบบปฏิสัมพันธ์ (Interaction) ความสามารถในการฟัง พูด อ่าน เขียน ผ่านประสาทสัมผัส รูปแบบต่างๆ โดยฟัง พูด คือ ระบบ Voice Recognition (ระบบจดจำด้วยเสียง) ซึ่งปัจจุบัน เริ่มมีโปรแกรมโต้ตอบบทสนทนาระหว่างมนุษย์กับ AI เช่น SIRI ของ Apple หรือ Alexa ของ Amazon เพื่อให้บริการต่างๆ พร้อมกับพัฒนาระบบเปิดให้นักพัฒนาเชื่อมต่อระบบ ตัวอย่างสถาบันการเงิน Capital One ในสหรัฐอเมริกา เชื่อมระบบต่อกับ Alexa ให้ลูกค้าสามารถสั่งงานด้วยเสียง ทำธุรกรรม ชำระบิล บริหารจัดการบัญชีค่าใช้จ่าย ผ่านอุปกรณ์ต่างๆ

 

ด้านการอ่าน พบในรูปแบบของ Face Recognition (ระบบการจดจำใบหน้า) การจับแสดงสีหน้าอารมณ์ ตัวอย่างที่ใกล้ตัวที่สุด เช่น ระบบจดจำใบหน้าของสมาร์ทโฟน เพื่อเป็นการยืนยันเข้าใช้งาน หรือในภาคธุรกิจ เช่น ห้างวอลมาร์ทกำลังศึกษาการแสดงออกทางอารมณ์บนใบหน้าลูกค้า ขณะที่กำลังต่อคิวชำระเงินซื้อสินค้า โดยระบบ Face Recognition จะจับใบหน้าของลูกค้า พร้อมวิเคราะห์การแสดงออกทางสีหน้าต่างๆ และเรียนรู้ว่าใบหน้าแบบนี้มีความสุข หรือไม่มีความสุข และเมื่ออารมณ์ไม่มีความสุขสูงถึงระดับนึง  ระบบจะส่งสัญญาณ เพื่อส่งเจ้าหน้าที่มาช่วยเหลือเพิ่มด้านการเขียน ปัจจุบันมีโปรแกรม “Chatbot” ผู้ช่วยไฮเทคยุคดิจิทัล ลักษณะเป็นระบบโต้ตอบกับมนุษย์อัตโนมัติผ่านแมสเสซจิ้งแอพพลิเคชั่น ซึ่งตอนนี้เริ่มเห็นองค์กรขนาดใหญ่นำ Chatbot มาใช้เพื่อบริการลูกค้าและใช้งานภายในองค์กร ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรม ท่องเที่ยว การบริการ สถาบันการเงิน เช่น สายการบิน KLM Royal Dutch Airline เปิดตัว messenger chatbot ชื่อ “BlueBot (BB)” ให้บริการแก่ลูกค้า ค้นหาตั๋วโดยสาร จองตั๋ว โต้ตอบกับผู้โดยสารอัตโนมัติ



ทักษะการมอนิเตอร์ตรวจสอบ สังเกต เฝ้าระวัง ในรูปแบบของการมอนิเตอร์ และดึงข้อมูลผ่านตัวรับส่งสัญญาณเซ็นเซอร์ พบเห็นในกลุ่มเทคโนโลยี Internet of Things (IoT) โดย AI จะทำหน้าที่ประมวลผล และวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้รับ เพื่อคาดการณ์ปริมาณการผลิต การจัดการสต็อกสินค้า ปรับปรุงประสิทธิภาพ การผลิตตลอดซัพพลายเชนของโรงงานอุตสาหกรรม หรือการมอนิเตอร์ระบบดิน น้ำ อากาศ ความชื้นสำ หรับ Smart Farming เป็นต้น

 

ทักษะการให้บริการ (service) ปัจจุบันมีหุ่นยนต์ที่ทำงานบางอย่างแทนมนุษย์ เช่น การใช้หุ่นยนต์ในพื้นที่เสี่ยงอันตราย หุ่นยนต์เพื่อบริการลูกค้า เช่น ตามร้านอาหาร ศูนย์บริการลูกค้า หรือ เพื่อใช้งานภายในองค์กร ตัวอย่าง ธนาคาร SEB ประเทศสวีเดนมีการพัฒนาหุ่นยนต์ AI ชื่อ “Amelia” ลักษณะเป็น พนักงานมนุษย์ดิจิทัล ตอบปัญหาด้านการใช้งานไอทีเบื้องต้นในองค์กรซึ่ง Amelia เรียนรู้การตอบโต้จากบทสนทนา สามารถทำงานตามสั่ง และให้ข้อมูลที่พนักงานต้องการ โดยภายใน 3 สัปดาห์แรก มีบทสนทนาเกิดขึ้นกว่า 4,000 บทสนทนา จากพนักงานกว่า 700 คน และในอนาคตเตรียมจะใช้ Amelia สำหรับบริการ ลูกค้าด้วย

 

ประสาทสัมผัสสุดท้าย คือ “สัมผัสพิเศษ” การคิดวิเคราะห์ หยั่งรู้แนวโน้มพฤติกรรม และทำนายคาดการณ์อนาคต สามารถรู้ความต้องการของลูกค้าก่อนที่ลูกค้าจะรู้ตัวเอง โดยอาศัยการประมวลผลของบิ๊กดาต้า แนะนำสินค้าที่ลูกค้ามีแนวโน้มจะซื้อจากพฤติกรรมการซื้อสินค้าในอดีต เช่น โปรแกรมแนะนำภาพยนต์ของ Netflix และโปรแกรมแนะนำหนังสือของ Amazon รวมถึง Spotify แอพพลิเคชั่นบริการมิวสิคสตรีมมิ่ง เมื่อลูกค้าคลิกเลือกฟังเพลง โปรแกรมจะจดจำเรียนรู้ประวัติการเลือกเพลง โดยใช้การประมวลผลของบิ๊กดาต้าจากคลังข้อมูลนับล้านๆเพลงที่มีทั่วโลก พร้อมแนะนำเพลงรายวันสร้างเป็นเพลย์ลิสต์ส่วนตัวตามรสนิยมของผู้ใช้งานแต่ละราย  

 

การค้นหาสิ่งที่ต้องการในคลังข้อมูลจำนวนมหาศาล ไม่ว่าจะเป็นภาพยนต์ หนังสือ หรือเพลงนั้น การใช้โปรแกรมเสริชเพียงอย่างเดียวอาจจะไม่เพียงพอ แต่ด้วยความฉลาดของ AI นั้นสามารถค้นหาข้อมูล และเลือกหยิบขึ้นมาเดาใจสิ่งที่ผู้บริโภคต้องการได้อย่างโดนใจ

 

สัมผัสพิเศษทั้งหมดของ AI หากทำความรู้จัก และเข้าใจจะเกิดประโยชน์อย่างยิ่ง เปลี่ยนจากข้อมูลดิบพัฒนาเป็นองค์ความรู้ ก่อให้เกิดเป็นมูลค่า สร้างบริการใหม่ๆเข้ามาเสริม ช่วยเพิ่มโอกาสทางธุรกิจในยุคดิจิทัล

 

Source: บทความโดย คุณสันติ เมธาวิกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ยูไนเต็ด อินฟอร์เมชั่น ไฮเวย์ จำกัด