จากสถานการณ์น้ำท่วมในเขตนิคมอุตสาหกรรมจำนวน 7 แห่ง ได้แก่ นิคมอุตสาหกรรมสหรัตนนคร นิคมอุตสาหกรรมบ้านหว้า (ไฮเทค) นิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน สวนอุตสาหกรรมโรจนะ เขตประกอบการอุตสาหกรรมแฟคตอรี่แลนด์วังน้อย เขตส่งเสริมอุตสาหกรรมนวนคร สวนอุตสาหกรรมบางกระดี ส่งผลให้ภาคการผลิตอุตสาหกรรมต่าง ๆ ต้องหยุดชะงักงัน ซึ่งมีมูลค่าการลงทุนประมาณ 407,784 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่เป็นที่ตั้งโรงงานผลิตรถยนต์และชิ้นส่วน เครื่องใช้ไฟฟ้า และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ของบริษัทต่างชาติรวมทั้งบริษัทร่วมทุนกับต่างชาติ
ดังนั้นภาครัฐจึงให้ความช่วยเหลือในการฟื้นฟูโรงงาน และสนับสนุนการก่อสร้างเขื่อนจำนวน 2,600 ล้านบาท รวมทั้งให้ธนาคารออมสินสนับสนุนเงินกู้ให้กับผู้ประกอบการนิคมอุตสาหกรรมวงเงิน 1,400 ล้านบาท ในการสร้างเขื่อนถาวรป้องกันน้ำท่วม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อการดำเนินธุรกิจในนิคมอุตสาหกรรมในเขตภาคกลาง ล่าสุดโรงงานในนิคมอุตสาหกรรมที่ถูกน้ำท่วมจำนวน 838 แห่ง เริ่มกลับมาผลิตแล้วกว่าร้อยละ 44.0 และคาดว่าสิ้นไตรมาสแรกของปี 2555 จะมีโรงงานสามารถกลับมาเริ่มผลิตประมาณร้อยละ 62.0
สำหรับในช่วงไตรมาส 3 ของปีที่ผ่านมา พื้นที่นิคมอุตสาหกรรมที่ขายหรือให้เช่าสะสมมีจำนวน 2,312 ไร่ ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนจำนวน 287 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 11.0 อย่างไรก็ดีในปี 2555 คาดว่าตลาดนิคมอุตสาหกรรมโดยรวมจะกลับมาฟื้นตัวดีขึ้น เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจของไทยยังขยายตัว รัฐบาลเร่งใช้งบประมาณในการก่อสร้างบูรณะฟื้นฟูโครงสร้างที่ได้รับความเสียหาย รวมทั้งสร้างแนวป้องกันน้ำท่วมถาวรรอบนิคมอุตสาหกรรม ซึ่งจะสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน ที่จะขยายกำลังการผลิตสินค้า โดยเฉพาะการฟื้นตัวของภาคการผลิตรถยนต์ หลังได้รับผลกระทบจากภาวะน้ำท่วมในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2554 นอกจากนี้ยังมีปัจจัยสนับสนุนจากธุรกิจผลิตอาหารที่ยังเติบโต และสถานการณ์ทางการเมืองยังอยู่ในภาวะปกติ
แม้ว่านิคมอุตสาหกรรมในภาคกลางจะมีภาพลักษณ์เชิงลบต่อเรื่องน้ำท่วม แต่โดยรวมแล้วนิคมอุตสาหกรรมและแรงงานไทยยังมีศักยภาพสูงรองรับอุตสาหกรรมการผลิตรถยนต์และชิ้นส่วน อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และอาหาร ประกอบกับนักลงทุนชาวต่างชาติทั้งญี่ปุ่นและจีนยังสนใจลงทุนในไทย นอกจากนี้ผู้ประกอบการยังสามารถพัฒนาพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมในเขตอื่น ๆ ได้ อาทิ ภาคตะวันออก (ชลบุรี ระยอง) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (นครราชสีมา) เนื่องจากเป็นพื้นที่มีความเสี่ยงต่อภาวะน้ำท่วมน้อย มีการคมนาคมขนส่งสะดวกและระบบสาธารณูปโภคพร้อม
| ตารางที่ 1 ผลประกอบการธุรกิจนิคมอุตสาหกรรมในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ปี 2554 |
ที่มา : สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
หมายเหตุ : งบการเงินรวม |
ภาพที่ 1 สัดส่วนพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมตามผังแม่บทในแต่ละภูมิภาค
ณ ไตรมาส 3 ปี 2554 (จำนวน 124,895 ไร่) |
ที่มา : การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
หมายเหตุ : รวบรวมโดยศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ |
ฝ่ายวิจัยความเสี่ยงธุรกิจ
กลุ่มบริหารความเสี่ยง สายงานบริหารความเสี่ยง บมจ.ธนาคารกรุงไทย