About Us | Contact Us | Report | Search
EN | TH
 
 

 

 

 

Knowledge > Knowledge Article > Crisis Management และ Business Continuity Management (BCM)
18-01-2012

Crisis Management และ Business Continuity Management (BCM)

ความเชื่อมั่นที่ UIH พร้อมเสมอเพื่อบริการที่มีคุณภาพทุกสถานการณ์























จากความไม่แน่นอนที่เหตุภัยพิบัติอาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา การเตรียมความพร้อมสำหรับเหตุการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้นโดยไม่คาดคิดสำหรับในส่วนของภาคธุรกิจจึงมีความสำคัญเป็นอย่างมาก บริษัท ยูไนเต็ด อินฟอร์เมชั่น ไฮเวย์ จำกัด หรือ “UIH” ผู้ให้บริการวงจรสื่อสารความเร็วสูงผ่านเครือข่ายใยแก้วนำแสงทั่วประเทศ ให้แก่ทั้งองค์กรภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชน ก็ได้ตระหนักถึงความสำคัญในส่วนของ การจัดการในภาวะวิกฤติ (Crisis Management) และการจัดทำแนวปฏิบัติการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business Continuity Management หรือ BCM) อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ลูกค้าสามารถมั่นใจได้ว่าไม่ว่าจะเกิดภัยพิบัติที่ร้ายแรงเพียงใด UIH ก็ยังสามารถให้บริการที่มีคุณภาพแก่ลูกค้าได้เป็นอย่างดี ไปพร้อมกับการอยู่เคียงข้างลูกค้าเพื่อเป็นที่ปรึกษาและดูแลด้านโครงข่ายสื่อสารให้กับลูกค้าในทุกสถานการณ์ เพื่อให้ลูกค้าทุกรายของ UIH ได้ดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง โดยผู้ที่จะมาให้รายละเอียดในส่วนนี้แก่เราได้ดีที่สุดก็คือ พันเอกเรืองทรัพย์
โฆวินทะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ยูไนเต็ด อินฟอร์เมชั่น ไฮเวย์ จำกัด

 
ภัยพิบัติที่เกิดขึ้นจากมหาอุทกภัยปลายปี 2554 ที่ผ่านมา
UIH มีการรับมืออย่างไร

UIH:
 ต้องยอมรับว่ามหาอุทกภัยที่เกิดขึ้นทำให้องค์กรธุรกิจต่างๆ รวมถึง UIH และกลุ่มลูกค้า UIH ต้องมองถึงมาตรการป้องกันและการเตรียมการรับมือที่เข้มข้น ทั้งในแง่ BCM ขององค์กร โดยนำมาตรการที่เหมาะสมที่ได้วางไว้มาใช้กับสำนักงานและชุมสายของ UIH ทั้งหมด เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบกับลูกค้าของ UIH ที่ไว้วางใจใช้บริการทั้งโครงข่ายสื่อสาร อินเทอร์เน็ต โดยเฉพาะบริการ Data Center ให้สามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้แล้ว เรายังได้ดูแลลูกค้าที่ประสบภัยพิบัติ ในการยกระดับการเชื่อมต่อของ DR site ของลูกค้า ให้เป็นสำนักงานใหญ่ชั่วคราวอย่างทันท่วงที
แม้ว่าอุทกภัยในครั้งนี้จะไม่ส่งผลกระทบกับ UIH แต่เราก็ได้เพิ่มมาตรการอื่นๆ ในกรณีเกิดภัยพิบัติในรูปแบบที่ต่างกันออกไปไว้ล่วงหน้า เพราะเหตุการณ์ต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นนั้น อาจจะรวดเร็วและมีความรุนแรงอย่างที่เราไม่ได้คาดคิด นั่นทำให้เราต้องวางมาตรการและมาตรฐานในส่วนของการจัดการในภาวะวิกฤติ หรือ Crisis Management และทบทวนแนวการปฏิบัติการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ หรือ Business Continuity Management (BCM) โดยมีการปรับปรุงอย่างต่อเนื่องให้เหมาะสมกับสถานการณ์ เพื่อที่ว่าหากเกิดเหตุการณ์ภัยพิบัติในกรณีใดเกิดขึ้นอีกก็ตาม UIH ก็ยังสามารถให้บริการแก่ลูกค้าได้ด้วยมาตรฐานที่สูงดังเดิม ในขณะเดียวกันทีมงาน UIH ก็พร้อมจะเป็นเสมือนทีมงานของลูกค้า โดยแบ่งปันประสบการณ์ในรูปแบบการให้คำปรึกษา และร่วมวางแผนกับลูกค้า โดยไม่ได้แบ่งว่าเป็น Network ของ UIH หรือ Network ของลูกค้า แต่เราจะมองเป็นองค์รวมว่าเป็น Network ของเราทั้งคู่ เพื่อช่วยกันและกันในการบริหารความเสี่ยงทางธุรกิจ เพื่อจัดการด้าน Network ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ และธุรกิจของลูกค้าดำเนินไปโดยไม่สะดุด

UIH มีการจัดการในภาวะวิกฤติ และการจัดทำแนวปฏิบัติการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ อย่างไรบ้าง

UIH
: การจัดทำแนวปฏิบัติการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจรวมถึงการจัดการในภาวะวิกฤติ เป็นกระบวนการบริหารจัดการแบบองค์รวมและเป็นไปตามมาตรฐานสากล ซึ่ง UIH ได้มีการจัดทำแผน BCM และปรับปรุงแผนให้เหมาะสมกับสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง ทำให้องค์กรของเราสามารถกำหนดปัจจัยเสี่ยง และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นได้จากปัจจัยเสี่ยงว่าจะมีผลเสียหายต่อองค์กรเรามากน้อยเพียงใด ซึ่งเราก็ได้ดำเนินการตามระดับแผนงาน BCM ที่ได้จัดทำเอาไว้แล้วอย่างรัดกุม ซึ่งเป็นการเตรียมพร้อมที่จะรับมือกับภัยพิบัติในกรณีใดๆ ได้เป็นอย่างดี ส่งผลให้บริเวณอาคารเบญจจินดา สถานที่ตั้งสำนักงานของ UIH ไม่เกิดเหตุการณ์น้ำท่วม แต่ถึงกระนั้น UIH ก็ไม่ได้มีความชะล่าใจ ทีมงาน UIH ได้มีการประเมินสถานการณ์และรายงานให้ผมทราบอยู่ตลอดเวลา ก็ต้องขอบคุณทีมงานเป็นอย่างมากที่ทุ่มเทดำเนินงานตามแผน BCM จนทำให้ UIH สามารถให้บริการแก่ลูกค้าได้อย่างต่อเนื่อง แม้ว่าภัยพิบัติครั้งนี้จะส่งผลกระทบในมุมกว้าง

UIH มองว่าองค์กรต่างๆ มีความจำเป็นที่จะต้องทำ BCM มากน้อยเพียงใด

UIH
: จากความเสี่ยงที่มีหลากหลายรูปแบบมากขึ้น เรื่องของการจัดเก็บข้อมูลขององค์กรเป็นเรื่องแรกที่จะต้องนึกถึง และหน่วยงาน IT ก็จะต้องเป็นผู้รับหน้าที่หลักในการจัดเก็บ ดูแลรักษา ข้อมูลเหล่านั้นให้สมบูรณ์มากที่สุด การจัดทำแผน BCM สำหรับองค์กรต่างๆ นั้นจึงมีความจำเป็นอย่างมาก เพราะสถานการณ์ที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงที่จะทำให้ระบบงานทางธุรกิจเกิดความเสียหายนั้น สามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาโดยที่เราไม่สามารถคาดเดาได้ การทำ BCM ทำให้องค์กรมีความพร้อมรับมือ ไม่ประมาท รวมถึงช่วยลดความเสี่ยงที่จะทำให้ทั้งในส่วนของบุคลากร อุปกรณ์การทำงานต่างๆ รวมถึงการดำเนินการในส่วนต่างๆ ของธุรกิจเกิดความเสียหาย จากประสบการณ์ในการดำเนินการตามแผนการ BCM ที่ UIH เราได้วางแผนล่วงหน้ากันเอาไว้แล้วนั้น ได้พิสูจน์ให้เห็นเป็นอย่างดีว่าการทำ BCM ทำให้เรามีความเสี่ยงในด้านต่างๆ ลดลงเป็นอย่างมาก และสามารถให้บริการแก่ลูกค้าของเราได้อย่างต่อเนื่อง แม้ว่าวิกฤติมหาอุทกภัยครั้งนี้จะเกิดผลกระทบในหลายพื้นที่ UIH พร้อมที่ยืนหยัดเคียงข้างลูกค้าในทุกสถานการณ์อย่างมุ่งมั่นให้ลูกค้าจะผ่านทุกวิกฤติไปได้ครับ

5 ขั้นตอน สำหรับการทำ Business Continuity Management (BCM) อย่างมีคุณภาพ

การจัดทำ BCP มีขั้นตอนหลักทั้งหมด 5 ขั้นตอนโดยสังเขป ประกอบด้วย

ขั้นตอนที่1 : Analysis Phase
เป็นขั้นตอนการวิเคราะห์ปัจจัยเสี่ยงและผลกระทบที่เรียกว่าการทำ “Business Impact Analysis” (BIA) โดยมีหลักการในการวิเคราะห์ความแตกต่างของ Critical Function และ Non – Critical Function ขององค์กรเสียก่อน โดยดูจาก ค่า RTO และ RPO เป็นหลักโดยค่า Recovery Time Objective (RTO) หมายถึงระยะเวลาที่องค์กรยอมรับได้ในการกู้คืนระบบในกรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉิน ขึ้น ซึ่งเป็นค่าที่ถูกกำหนดโดยเจ้าของระบบ ต้องให้ผู้บริหารระดับสูงรับรู้ และยอมรับในค่า RTO ที่ถูกกำหนดขึ้น เช่น RTO = 1 ชั่วโมง หมายถึง ต้องกู้ระบบคืนภายในหนึ่งชั่วโมง เป็นต้น สำหรับค่า Recovery Point Objective (RPO) หมายถึง ปริมาณข้อมูลสูญหายที่องค์กรยอมรับได้ในช่วงเวลาหนึ่ง (Acceptable Loss) เช่น ถ้าค่า RPO = 2 ชั่วโมง หากเรา Backup ระบบไว้เวลา 13.00 น. และ ระบบล่มเวลา 14.50 น. เราสามารถกู้คืนข้อมูลได้ถึงเวลา 13.00 น. ก็ยังถือว่าอยู่ในเวลาที่กำหนดไว้ตาม RPO คือ ข้อมูลสูญหายไม่เกิน 2 ชั่วโมง เป็นต้น

ขั้นตอนที่ 2: Solution Design Phase
เป็นขั้นตอนในออกแบบยุทธศาสตร์ในการกู้ข้อมูล (Disaster Recovery) ที่เหมาะสมกับความต้องการขององค์กร

ขั้นตอนที่ 3: Implementation Phase
เป็นขั้นตอนในการนำยุทธศาสตร์ที่ออกแบบไว้ในขั้นตอนที่ 2 มาทำเป็นแผนปฏิบัติการ โดยการเขียนแผน Business Continuity (BC) ที่สามารถนำไปใช้ปฏิบัติจริงได้

ขั้นตอนที่ 4: Testing and Organization Acceptance Phase
เป็นขั้นตอนในการทดสอบแผน Business Continuity ที่ได้เขียนไว้ในขั้นตอนที่ 3 ว่าสามารถนำมาใช้งานได้จริงเมื่อเกิดปัญหาหรือไม่ ส่วนใหญ่นิยมเรียกขั้นตอนนี้ว่า ขั้นตอน “การซ้อมแผน BCP” ซึ่งปกติจะทดสอบปีละหนึ่งครั้งเป็นอย่างน้อย

ขั้นตอนที่ 5: Maintenance Phase
เป็นขั้นตอนในการปรับปรุงแผน BCP ในคู่มือ BCP ให้เป็นปัจจุบัน และรองรับขั้นตอนการกู้คือข้อมูลตามค่า RTO, RPO ที่ได้กำหนดไว้ในการทำ BIA ตลอดจนการฝึกอบรมพนักงาน (Staff Awareness) ให้มีความรู้ความเข้าใจในการนำแผน Business Continuity (BC) มาใช้ในยามฉุกเฉิน ปกติจะจัดทำและฝึกอบรมอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้งเช่นกัน

การจัดทำ BCP นั้นคลอบคลุมทั้งระบบ IT และระบบ Non – IT แต่ถ้ากล่าวถึงการจัดทำ Disaster Recovery Planning หรือ DRP ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ BCP จะเน้นไปที่การกู้คืนระบบไอทีเป็นหลัก


- หากเว็บไซต์จำเป็นกับองค์กรคุณ Web Application Firewall ก็สำคัญกับองค์กรคุณเช่นกัน
- เนคเทค เผยมูลค่าตลาดไอที ปี 54 ประมาณการปี 55 สดใสกว่า
- ชี้นโยบายรัฐปลุกไอซีทีสดใส
- UIH พร้อมเป็นพันธมิตรดูแลการสื่อสารของลูกค้าอย่างครบ วงจรทุกสถานการณ์
- ปี 2555 ธุรกิจนิคมอุตสาหกรรมมีทิศทางที่ดีขึ้น
    more...

Product & Services
 
News & Activities
Promotion
 
C-Care
What is C-Care?
Service Center
FAQ
Multimedia
 
Knowledge
 
Reference
Partner
Project Reference
Benchachinda innnews rakbankerd.com beenets bbconnect
Home | About Us | Product&Service | News&Activities | C-Care | Multimedia | Knowledge | Reference | Contact Us | Site Map
Copyright © United Information Highway Co., Ltd. All Rights Reserved Disclaimer.